เค้าว่ากันว่า… “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” งามแต๊ๆ ณ เชียงใหม่เจ๊า
เปิดเรื่องขึ้นมาด้วยหัวข้องงน่ะครับ… พอดีช่วงวันหยุดปิยะฯพวกเราได้มีโอกาศขึ้นเหนือกันอีกครั้งด้วยความไม่ตั้งใจจริงๆเพราะตอนแรกกะจะไปถ่ายทุ่งดอกไม้แถวอีสานแต่บังเอิญสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่แล้วเค้าว่ายังไม่บานเต็มที่เลยต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน…. นึกมานึกไปนึกไม่ออกพอดีไปสะดุดที่… “แม่กลางหลวง” อ.จอมทอง อช.ดอยอินทนนท์ พอดี ประกอบกับสมาชิกเราเสนอว่าในคืนวันเสาร์ ที่ “ธุดงค์สถานล้านนา” ที่ อ.แม่โจ้ มีพิธีลอยโคมพอดี ทำให้ทุกอย่างลงตัวอย่างเหมาะเจาะ…..

… เมื่อทุกอย่างลงตัวการเดินทางก็เริ่มขึ้น…. เราออกจาก กทม. กันราว 3 ทุ่มประมาณตีห้าเราก็มาถึงเขต อ.จอมทอง ก็เลยต้องแวะหาอะไรยัดใส่ท้องกันสักหน่อยซึ่งนั่นก็คือโจ๊ก

หลังจากอิ่มท้องเราก็มุ่งตรงสู่เป้าหมายแรกกันเลยคือ “อช.ออบหลวง” ทางวิ่งสบายครับแป๊บเดียวก็ถึงดูรูปกันเอาเองน่ะครับอากาศมันครึ้มฝนตลอดหล่ะครับฝนก็ตกเหยอะสลับกันไปตลอดวันเลย



ออกจากออบหลวงก็แวะกันต่อเลยที่ น้ำพุร้อน ที่อยู่ริมทางเลยครับ ผมน่าจะมีการจัดการที่ดีกว่านี้น่ะครับเช่นทำห้องอาบน้ำหรือบ่อแช่อะไรประมาณนี้ที่นี่คงจะบูมไม่แพ้ที่ห้วยน้ำดังเลยหล่ะ

แล้วก็ขับเรื่อยๆไปเป้าหมายต่อไปเลยครับที่ สวนสน(จำชื่อ บ่ ได้ครับ)แต่วิ่งไปทางจะไม่แม่ฮ่องสอนแหละครับ อากาศดีวิวสวยครับไม่น่าพลาดถ้ามีโอกาสได้ไปแถวนั้นน่ะครับ




ออกจากสวนสนสุดสวย(แต่เสียดายที่ฟ้าไม่แจ่มเล้ย…) ก็มุ่งหน้าตรงสู่ อ.แม่แจ่ม เพื่อแวะกินข้าวเที่ยงกันก่อนที่จะเข้าสู่เป้าหมายหลักที่1 ของทริปนี้ของเรา ถ้าใครได้แวะไม่ อ.แม่แจ่ม แล้วอยากกินข้าวซอย ผมแนะนำร้านชาวบ้านเล็กๆอยู่หน้าไปรษณีย์ อ.แม่แจ่มพอดี เหนือคำบรรยายของบอกว่า… สุดยอดข้าวซอย จริงๆ อิ่ม. อร่อย… ถูก…



อิ่มท้องก็เดินย่อยถ่ายรูปวัดตรงเยื้องๆร้านป้าแกได้เลย อ.แม่แจ่มนี่ แจ่มจริงๆน่ะครับเพราะมีทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านเน็ต และเซเว่น เจ้า..


เฮ้อ… หลังจากเดินย่อยกันได้พักหนึ่งก็ได้เวลาอันสมควรที่ะมุ่งสู่… แม่กลางหลวง ขับเรื่อยๆวนไปวนมาโค้งนิดชันหน่อยให้ได้พอคลื่นไส้บ้างก็าถึง แม่กลางหลวง…. แต่บรรยากาศช่างมิเป็นใจกับพวกเราเลย… ตามพยากรณ์ของกรมอุตฯช่างแม่นเหลือหลาย…. 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จริงๆ… ที่นี่มีบ้านพักเป็รรีสอร์ทอยู่ประมาณ 3-4 แห่งราคาไม่แพงแต่วันที่เรามาเต็มหมดพอดี…แต่จากลักษณะแล้วคาดว่าสิ้นปีช่วงหนาวนี้น่าจะมีประมาณ5-6 แห่งได้น่ะครับ…. เมื่อไม่มีบ้านว่างก็ต้องกางเต็นท์นอนครับริมลำธารบรรยากาศดีไปอีกแบบ กางเสร็จก็มุดเข้าเต็นท์นอนทันทีเพราะไม่รู้จะทำไรดี.. ฝนมันตกอ่ะ.. หนักด้วยอ่ะ…

มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เม็ดฝนหล่นเข้าปากนี่แหละ.. ตื่นดีก่าฝนหายแล้วแต่ก็อากาศมิเปิดเลยปิดสนิทเย็นนี้ที่แม่กลางหลวงเลยได้รูปมาแบบนี้ครับ



เมื่อเย็นค่ำก็ได้เพลาของอาหารเย็นแล้ว… ทริปนี้มาแบบบายๆมิมีการทำอาหารแต่อย่างใด… ที่แม่กลางหลวงมีร้านค้าอยู่ร้านนึงขายของทุกอย่างคล้ายๆเซเว่นในหุบเขาหล่ะครับ(ผัดกระเพรารสชาดดีน่ะครับ)


อิ่มแล้วก็ขออานุยาดไปตั้งวงก่อนน่ะครับ……. เช้าตื่นมาด้วยอากาศที่พอได้หนาวนิดๆแฮ้งค์หน่อยๆ แต่ฟ้าใสเกือบใช้ได้ครับ ที่นี่ยามเช้าสวยอากาศดีสดชื่นจริงๆครับ





เดินถ่ายรูปเช้านี้กันหนำใจแล้วก็ตกลงกันว่าจะไปเดินเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ “น้ำตกผาดอกเสี้ยว” (หนังเรื่องรักจังอ่ะครับ) ตลอดเส้นทางเดินไปกลับอ้อมเป็นวงกลมจากริมถนนดอยอินทนนท์ เดินลัดเลอะไปตามเขาผ่านไร่ดอกไม้ชาวบ้าน… ผ่านไร่นาขั้นบันได… ผ่านป่าที่สวยงาม.. และน้ำตกชั้นต่างๆของน้ำตกผมดอกเสี้ยวทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ครับ วนกลับมาถึงจุดบ้านแม่กลางหลวงพอดี ขอแนะนำว่าถ้าใครไปอย่าพลาดการเดินเส้นนี้น่ะครับไม่เหนื่อยเลย… แต่สวยมากๆ… ทั้งป่า และบรรยากาศ… เยี่ยมจริงๆ… แต่ก็อีกนั่นแหละครับโชคไม่เคยเข้าข้างเราซะเลย.. พอเริ่มก้าวเดินเข้าป่า.. ก็หล่นเม็ดลงมาทันทีแบบหนักหน่วงและตลอดทางจริงๆครับ เลยได้รูปมาฝากกับแบบเบลอๆครับ จะควักออกมาถ่ายทีก็เกรงใจน้องฝน กับน้องรา ที่อาจมาเยี่ยมกล้องเราได้…. (ใครจะไปเดินอย่าลืมไปติดต่อคนนำทางที่ ศูนย์บริการฯบ้านแม่กลางหลวงก่อนนน่ะครับ)





และก็มาถึงน้ำตกชั้นพระเอกของ น้ำตกผาดอกเสี้ยว ครับ(แต่จริงๆมันสวยทุกชั้นหล่ะครับถ้าฝนไม่ตก และน้ำน้อยกว่านี้นิดนึง)

ดูรูปบรรยากาศระหว่างทางเดินแล้วกันน่ะครับ แล้วสุดปลายทางเดินก็จะมาสุดที่ ร้านกาแฟของบ้านแม่กลางหลวงครับ ชิมฟรี รสชาดหอมกรุ่นครับ… ปลูกเอง.. เก็บเอง.. คั่วเอง.. บดกันเอาเอง.. และชงกันเอาเองครับ






นี่คือภาพสุดท้าย ณ บ้านแม่กลางหลวง… แล้วเราก็อำลา บ้านแม่กลางหลวง มุ่งสู่ “ธุดงค์สถานล้านนา” เป้าหมายการลอยโคมในครั้งนี้ของเราครับ…. เวลาประมาณ 5 โมงเย็นเราก็เดินทางมาถึงที่งานสถานที่ก็อยู่ซอยติดกับ ม.แม่โจ้แหละครับ ผู้คนเยอะทีเดียวรถค่อนข้างติดและหาที่จอดลำบากโชคดีที่เรามาถึงเวลานี้เพราะผู้คนยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ที่จอดรถก็พอมี… การจัดงานดีมากครับเป็นระเบียบคล้ายงานเทศการครับมีของขายตลอดทางเดินเข้างาน สิ่งที่ผมแนะนำอย่างนึงถ้าปีหน้าเพื่อนๆได้ไปคือให้ไปซื้อโคมข้างในงานได้เลยน่ะครับ เพราะด้านนอกงานเป็นโคมแบบไม่ถูกกฏของเค้าครับ(เรื่องการย่อยสลาย และเสี่ยงต่อไฟฟ้าช็อตตามบ้านเรือน) ผมซื้อกันจากด้านนอกยังเอาเข้างานไม่ได้เลยต้องฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่หน้าทางเข้า แล้วตอนออกมางานเลิกค่อยมาเอาคืนได้


พอเข้ามาในงานถึงได้รู้ว่านี่มันงานชุมนุมตากล้อง และนักท่องเที่ยวนี่หว่า…. เยอะจริงๆ มีทั้ง พี่ไทยและพี่เทศ เต็มไปหมด


พอความมืดเริ่มเข้ามาเยือนพิธีก็เริ่มขึ้นตามระเบียบการของทางงานครับ ความตื่นเต้นเริ่มมีเรื่อยๆเมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มเดินจุดตะเกียงที่ปักไว้ตามจุดที่สนามอย่างเป็นระเบียบ และพิธีกรก็เริ่มบอกให้ทุกคนลุกขึ้นเพื่อจุดโคม ผมบอกตามตรงน่ะครับนี่ครั้งแรกในชีวิตของผมที่เห็นการลอยโคมเยอะๆแบบนี้มันช่าง… สวยจริงๆ (แต่การถ่ายทอดภาพออกมาคงไม่สวยเท่าของจริงในงานน่ะครับ เพราะขาตั้งก็ไม่ได้ใช้อีกอย่างตื่นเต้นด้วยครับมือใหม่ในการถ่ายรูปโคมแบบนี้… แฮ่ๆๆๆ ขอเกริ่นนำไว้ก่อนหล่ะกันเพราะมันออกเชิงเบลอๆ… เจ้า!!)



และแล้วความตื่นเต้นก็มาถึงขีดสุด… เมื่อโคมนับพันดวงลอยผ่านสายตาผมผ่านช่องมอง วิวฟายเด้อ ของกล้อง…….. โอ้โห… ทำไมมันอลังการสวยแบบนี้หว่ะ ละสายตาจากกล้องมาจิดนึงเพราะอยากมองด้วยตาเปล่าแบบเต็มๆ… สวยอลังการจริงๆครับ(อาจเป็นเพราะผมไม่เคยไปงานลอยโคมแบบนี้มาก่อน)





และแล้วเราก็อำลางานลอยโคมที่ ธุดงค์สถานล้านนา ด้วยความประทับใจแบบสุดๆ เพราะต้องรีบเข้าเมืองไปหาที่ซุกหัวนอนกันก่อนสำหรับคืนนี้ครับ เพราะยังไม่รู้จะไปซุกหัวนอนกันที่ไหนเลย…


หลังจากหาที่ซุกหัวนอนเป็นโรงแรมอยู่ด้านประตูท่าแพ ก็ไม่เลวครับ 200 บาทเองห้องพัดลมนอนสบาย….. ตื่นเช้ามาก็รีบเก็บของกันเลย เพราะวันนี้เรามีนัดกับการถ่ายรูปวัดในตัวเมืองเชียงใหม่กัน… เก็บของเสร็จก็ออกเดินทางกันเลยแต่แวะหาอะไรกินมื้อเช้าสักหน่อย.. ไปสะดุดอยู่ร้านนึงเลยที่พักเรามาเรื่อยๆตามถนนเรียบคูเมืองก็เจอ… ร้านดูสะอาดน่ากินดีจัดร้านก็ดีด้วย… เอ… ถ้าจะแพงนาไม่รู้ราคาฝรั่งหรือเป่า… แต่ก็ลองดูแล้วกัน.. ขายพวก ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยจั๊บ แลัวก็ข้าวหมูกรอบอะไรประมาณนี้ เอาเป็นว่าแนะนำแล้วกันน่ะครับ ราคาและปริมาณ สวนทางกับรูปแบบร้านจริงๆ อร่อยเยอะ และถูกตังค์อีกแล้วครับ

อิ่มท้องก็ขับรถเที่ยวตามวัดต่างๆกันเลยน่ะครับ เช่นวัดโลกโมลี ,วัดพันเตา ,วัดพระธาตุเจดีย์หลวง เป็นต้น(ชื่ออาจเขียนผิดน่ะครับ) วัดในเมืองเชียงใหม่นี่ผมขอบอกว่าสวยจริงๆครับงามตามแบบล้านนาจริงๆ…












หลังจากถ่ายรูปจนได้เวลาที่เราต้องอำลาเมืองเชียงใหม่กันแล้ว เราจึงออกเดินทางสู่ จ.ลำพูน และแวะไหว้พระกันต่อที่ พระธาตุหิริภุญชัย


แล้วเราก็ออกเดินทางสู่ จ.ลำปาง แล้วก็ไม่ลืมที่จะแวะต่อที่ พระธาตุลำปางหลวง จากการแวะที่นี่ทำให้ได้รู้ว่า สงสัยช่วงนี้พระธาตุน่าจะกำลังบูรณะ อยู่น่ะ เพราะทั้งสองที่ก็กำลังทำเหมือนกันเลย



ผมขออำลาทริปขึ้นเหนือคราวนี้ด้วย ภาพ Unseen พระธาตุกลับหัว(จากมุมหักเหของแสงครับ) สุดท้ายที่พระธาตุลำปางหลวงน่ะครับ

ข้างบนนี่เป็นภาพสถานที่ที่เราจะเข้าไปดูภาพพระธาตุกลับหัวครับ (ต้องขอโทษด้วยผมจำชื่อไม่ได้ครับว่าเค้าเรียกสถานที่ว่าอะไร)

นี่เป็นภาพที่ถ่ายตัวองค์พระธาตุระหว่างรอเข้าไปดูครับ

นี่เป็นประตูที่เราต้องเข้าไปดูด้านในครับ ที่สำคัญสถานที่นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ครับผู้หญิงห้ามขึ้น และเข้าไปดูครับ และภาพสุดท้ายด้านล่างนี้คือภาพที่เป็น Unseen อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะภาพที่เราเห็นเป็นภาพของคนที่เดินวนรอบพระธาตุเลย แต่ต่างกันตรงที่ภาพที่เราเห็นนั้นเป็นภาพกลับหัวครับ….

….. พบกันใหม่ทริปหน้าครับ….. ขอได้รับความขอบคุณจาก.. นายทองดีและทีมงานไทยทริปเปอร์.


-รูปแจ่มครับทั่น
-สวนสนบ่อแก้ว
-น้ำพุร้อนเทพพนมครับทั่น
-ปาดแล้ว รอชมต่อ
จำไม่ได้แล้วว่า ไปไหนมาบ้าง.. ถ่ายมาก็เยอะ.. งง..
เหนื่อยอ่ะ up สะบึมเลย… ชัดบ้าง เบลอบ้างดูเอาบรรยากาศแล้วกันน่ะพี่น้อง….
มึนหัวเลยเรารูปมันเยอะจริงๆสงสัยต้องไปหาน้ำดื่มเย็นๆซดซะหน่อยแย้ว….
เจอกานนน.. เมืองทอง
ยังอยู่ Office เลยทั่น
ซึ้ง…
จริง ๆ แล้วว่าจะไม่ไป.. แต่มีความจำเป็นอ่ะ.. ซึ้งด้วย..