Firework International In Muangthongthani
ร่วงเลยมาก็หลายมื้อแล้วสำหรับภาพชุดนี้.. ถ่ายมาแล้วคาดว่าจะไม่ลง.. เพราะยังทำใจไม่ได้
แต่เอาว่ะ.. ตัดสินใจ ลงมือ process ภาพชุดนี้.. เท่าที่ได้..

จะไม่เล่าเรื่องก็กระไรอยู่.. คือ ปีนึงจะมีสักครั้งสำหรับพลุที่เมืองทองธานี.. ซึ่งอยู่แถวที่ตัวเองพักอยู่..
ตอนแรกนัดกับสหาย จะไปยึดพื้นที่ที่ตึกร้าง เพราะเคยไปมาแล้ว.. กะว่าไปสักเที่ยงวัน พร้อมเสบียงเต็มที่..
แต่รูปคดีพลิกอ่ะ.. หาข้อมูลทาง net เพื่อน ๆ ช่างภาพที่ไปดูลาดราววันซ้อม.. แจ้งว่า.. เขาห้ามขึ้น ล้อมลวดหนาม
และมีทหารมาเฝ้า.. เอิ๊ก ๆ ๆ .. ทำไงทีเนี่ยะ.. ทำเลใดดี.. ต้องรีบไปลาดะเวนก่อนแล้ว..
บ่ายโมง.. เดินจากคอนโดฯ เดินเท้า แบกกล้องพร้อมขา เอาเฉพาะที่จำเป็น อะไรไม่จะเป็นก็ไม่บ้าแบกไป
เดินไปถึงตึกร้างเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นจริงดังเล่า.. พบว่าจริง.. มีทหารเฝ้า.. และตากล้องเดินเรียบ ๆ เคียง ๆ เพียบ!
เห็นดังนั้นแล้ว.. ก็เพิ่มพลังด้วยการโซ้ยก๋วยเตี๋ยวเป็ดซะสองชาม.. แล้วเดินวนรอบงานสองสามรอบหาทำเล..
ไปตรงไหนของริมทะเลสาบก็โดนเจ้าหน้าที่ไล่ตลอด.. เซ็งเป็ด! สุดท้ายไปได้หลังเวทีแสดงดนตรี..
เพิ่งบ่ายสามเอง.. กะว่าฟังเพลงไปด้วย ร้อนก็ช่าง.. คนก็เริ่มจับจองที่กันเรื่อย ๆ ต้องตัดสินใจปักหลักตรงนั้น..
อาชีพใหม่ที่ขายของดียิ่ง คือ พลาสติกรองนัก 20 บาท.. เราก็ใช้บริการเหมือนกัน.. หุ หุ เป็นการบ่งบอกอนาเขตด้วย..
เป็นการรอคอยที่ยาวนานมาก ร้อนก็ร้อน.. ปรับขาตั้งให้มั่นคง แเต่งกล้องให้พร้อม เฟรมนี้ต้องเสร็จตูแน่ ๆ
ได้ทั้งพลุงาม ๆ พร้อมฉากหลังคอนโดเรียงราย…
ตัดเข้าพลุเลยเนาะ.. ไอ้กระผมก็กำรีโมทแน่นจนเหนี่ยวมือเลย.. พร้อมกด ใจเต้นรั่ว.. ฟุ่บ ๆ ๆ .. บรึมมมมมมมม..
โอ้วโน้วววว.. แสดดดด.. ออกขวาทุกลูกเลย… บ้าที่สุด .. กดได้สองสามเฟรม ตอนแรกว่าจะเลิกละ..
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ .. รีบปรับกล้องใหม่ เจอต้นมะพร้าวต้นโตกลางเฟรมเลย.. ตอนนั้นนึกถึงเจสัน ศุกร์ 13 อยากได้เลื่อยไฟฟ้า..
บรรดาช่างภาพที่เคยอยู่กับที่ และมารยาทเรียบร้อย.. เผยธาตุแท้ออกอาการด้านทันตาเห็น ยกขาตั้งกล้องย้ายที่กันใหญ่
ตรงไหนเหมาะกรูเอา.. เหยียบข้าวของชาวบ้านก็ไม่รู้ตัว.. ความเซ็งเพิ่มเป็น 2 เท่า.. นอกจากเลื่อยไฟฟ้าแล้ว อยากได้ปืนเพิ่มว่ะ..
การถ่ายพลุชุดนี้ ก็ตั้งกล้องที่ F8 และ 11 แล้วแต่ว่าใกล้หรือไกล ISO 100 และใช้ Shuter B โดยกดด้วยจินตนาการ
ไม่ได้กำหนดแน่นอนว่า 4 วินาที หรือ 8 วินาที… คือนั่งกดแล้วคิดว่าเส้นแสงวาดแค่ไหนพอ ก็ปล่อยรีโมท..
หากเสียดายแล้วเปิดนานมากก็ไม่ดี.. มันจะ ver มาก และก็เละ.. สำหรับพลุงานนี้ ไม่ใช่การยิงแบบสวยงามเป็นชุด
แต่เป็นการยิงประกอบดนตรี ซึ่งเอาแน่นอนไม่ได้.. ชุดนึงใส่แล้วแต่อารมณ์เพลง กินเวลา 15 นาทีขึ้นไป
เพราะฉะนั้น ความสว่างจะมากเนื่องจากมีการยิงแบบต่อเนื่อง เดาอยากว่าจะกดตอนไหนดี และปล่อยตอนไหนดี
จะปล่อยก่อนก็เสียดายว่าจะมีดอกสวย ๆ ขึ้นอีกไหม..
สรุปแล้วงานนี้ไม่เป็นที่พอใจอย่างมาก.. ส่วนเหตุการณ์ต่อเนื่องจากงานพลุนี้ที่หลังจากเลิกลาแล้ว ก็คือ…
รถติดวินาศสันตะโล.. คงไม่วิจารณ์ว่าใครผิดใครถูก เพราะมันก็เป็นแบบนี้ทุกปี.. แต่ปีนี้ นอกจากงานพลุแล้ว
ยังมี motor show งานของขวัญแห่งชาติ และ concert อะไรก็ไม่รู้ พร้อม ๆ กันเลย.. คนนอกก็จะเข้าเมืองทองก็เข้าไม่ได้
คนจะออกก็ออกไม่ได้ เหมือนจราจลในหนังเลย.. ผมออกไปกินข้าวต้มกับเพื่อนข้างนอก ขากลับเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ยังต้องวิ่งบนทางเท้า.. คือถนนมันใช้งานไม่ได้เลย.. กลับถึงห้องยืนมองออกมาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องมาเก็บภาพไว้นิดนึง..
..ตีสองลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ เห็นรถยังติดอยู่เลย.. พอตีสามลุกขึ้นมาชะโงกดูที่หน้าต่าง.. เอ่อ.. เริ่มโล่ง คล่องตัวละ..
ยินดีด้วยที่ได้กลับบ้านกันซะที.. เช้ามาดูอีกที.. มีรถจอดทิ้งไว้หลายคัน.. คงมีคนทนไม่ไหวจริง ๆ .. เฮ้อ..
ปีหน้าเขาจะเลื่อนจัดเป็นสิงหาคมแทนนะครับ.. แล้วเจอกัน รับรองมีเลื่อยไฟฟ้า กับปืนไปด้วยแน่นอน.. เอิ๊ก ๆ ๆ …


-เห็นรถติดแล้วอนาถจริงๆนะทั่น
-ส่วนสามัญสำนึกของพวกตากล้อง คงต้องจัด couse อบรมมารยาทตากล้องกันหน่อยแล้ว เดี๋ยวนี้เดินสะพายกล้องไปทางไหน คนเริ่มเกลียดแล้ว เพราะมีพวกที่พฤติกรรมไม่ดีเยอะ